ในกระแสการเมือง กทม. เปิดโอกาสสำหรับพรรค "พูดแล้วทำ"

พื้นที่ กรุงเทพมหานคร ในการเลือกตั้ง ปี 2566 ครั้งที่จะถึงนี้ เป็นที่มั่นใจได้แล้วว่า จะมีพรรคทางเลือก จำนวนมากขึ้น โดยเฉพาะพรรคหน้าใหม่ที่มาเปิดสนามการเลือกตั้งอย่างพรรค ภูมิใจไทย พูดแล้วทำ ที่มี “อนุทิน ชาญวีรกูล” รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่ควงคู่ แม่ทัพคนใหม่ “บี-พุทธิพงษ์ ปุณณกัตน์” ที่เข้ามาสวมเสื้อในบทบาทแม่ทัพ นำศึกครั้งนี้ รับรองร้อนระอุ !!! เดือดพล่าน !!!

 

หากจะว่า คนที่จะเป็นแคนดิเดท นายกรัฐมนตรี ที่เป็นได้จริงๆ คงหนี้ไม่พ้น 5 คน ประกอบไปด้วย “อุ๊งอิ๊ง” “อนุทิน” “บิ๊กตู่”  “บิ๊กป้อม”และ “จุรินทร์” เรียงลำดับจากการคาดการในผลคะแนนที่จะเกิดขึ้น เมื่อเทียบจำนวน ส.ส. และอดีตส.ส. ที่อยู่ในสังกัด เนื่องจากต้องมีเสียงรับรองจากสมาชิกรัฐสภาเกิน 25 คนขึ้นไป ถึงจะมีสิทธิเสนอเป็นคู่ชิงในวันประชุมรัฐสภา ส่วนคนอื่นๆ น่าจะอยู่ในแนวทาง มโน 
 
สนามกทม.จะดุเด็ดเผ็ดมันส์อย่างมาก เพราะขณะนี้ พรรคภูมิใจไทย มีแนวทางที่จะปักเสา บริเวณพื้นที่เลือกตั้งในเขตกรุงเทพมหานคร แบบมั่นคง ยังยืน ด้วยเชื่อว่า สนามกรุงเทพมหานคร ต้องการพรรคการเมืองที่ “พูดแล้วทำ” ไม่ใช่พรรคที่ “ดีแต่พูด” คล้ายๆ  กระแสภาคใต้ในช่วงที่ผ่านมา 
 
นโยบาย  24 ชั่วโมง7 วัน ในการนำหัวข้อนี้มาใช้หาเสียง ดูเหมือนมีเรื่องที่ ผู้สมัคร แต่ละคนจะต้องอธิบายกับประชาชนเวลาเข้าพื้นที่หาเสียง พอสมควรทีเดียว เป็นเรื่องนโยบายที่ถูกเสนอเป็นพรรคแรก ๆ  หลายเรื่องได้ทำไปแล้ว และมีการต่อยอด เช่นด้านสุขภาพ ทั้ง มะเร็งรักษาฟรี ฟอกไตฟรี และเรื่อง การเพิ่มค่าตอบแทนให้กับ อาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร (อสส.) เป็น 2 พันบาท เป็นต้น
 
ขณะที่นโยบายสายกรีน ของพรรคภูมิใจไทย น่าจะโดนใจคน กรุงเทพมหานครไม่น้อย ทั้งเรื่อง โซลาร์รูฟ หรือ หลังคาพลังงานแสงอาทิตย์ และ การที่จะได้สิทธิ์ผ่อนมอเตอร์ไซด์ไฟฟ้า คันละ 100 บาทต่อเดือน เป็นเวลา 60 งวด หรือเท่ากับซื้อมอเตอร์ไซด์ไฟฟ้าคันละแค่ 6,000 บาทเท่านั้น 

นโยบายเศรษฐกิจ ที่จะ เพิ่มพื้นที่ และ เพิ่มเวลาทำมาหากิน ค้าขายค้าขาย ใครขยันก็มีเงินมากมาย เพิ่มเติมเข้ามา เพิ่มรายได้ให้ประชาชน ก็มีอยู่ในนี้
 
นอกจากนี้ยังมีบริการสาธารณะ ที่ราคาไม่แพง เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมีเป้าหมายลด พีเอ็ม 2.5 เช่นรถโดยสารประจำทางพลังงานสะอาด และรถไฟฟ้าสายต่าง ๆ ในราคาที่เป็นมิตรกับผู้โดยสาร 
 
ล่าสุด การลงพื้นที่ในช่วงเทศกาลตรุษจีน จะพบว่า หลายพรรคการเมือง นำผู้บริหารพรรค หรือ เคนดิเดท นายกฯ ไปในพื้นที่เยาวราช ของคนไทยเชื้อสายจีน  ทำข่าวปาดหน้ากันระหว่าง 2 ลุง อย่างถึงพริกถึงขิง กลายเป็นสมรภูมิรบทางการเมือง อันดุเดือด
 
พรรคอื่นยังไม่เห็นนโยบายที่จะใช้หาเสียงสำหรับคน กทม. มีแต่นโยบายมุมกว้าง แต่ติดป้ายทั่วเมือง
 
แต่หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย อนุทิน ชาญวีรกูล ปลีกวิเวก นำพลพรรครับฟังปัญหาของ ชุมชนโรงปูนเหนือ-ใต้ ในเขตห้วยขวาง ของนายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กทม. ที่เพิ่งมาร่วมงานกัน ซึ่งเป็นคนในพื้นที่ 
 
“อนุทิน” เปิดใจเพราะเห็นความลำบากเดือดร้อนของชุมชน ด้วยตาตนเอง พื้นที่นี้มีประชากรอยู่อย่างหนาแน่นพอสมควรที่ประสบความยากลำบากเดือดร้อนในการดำรงชีวิต ส่งผลให้มีคนมาร่วมรับฟังการปราศรัยครั้งนี้เป็นจำนวนมาก โดยมี “พุทธิพงษ์” กับ “อนุทิน” เป็นแม่ทัพ สะกดคนให้นั่งรับฟังได้เกือบ 3 ชั่วโมง
 
สิ่งที่มองเห็น ระหว่างการเดินรับฟังปัญหา นั่นคือ ต้นกัญชา ที่ปลูกในชุมชนโรงปูน เป็นการปลูกระดับครัวเรือน ที่หลายบ้านได้ลงมือหว่านเมล็ดพันธุ์ และเติบโตขึ้นมา ในดินแดนเขตห้วยขวาง ทั้งริมถนน ในซอย หน้าบ้าน เต็มพื้นที่ ประชาชนรับรู้ว่าคือผลงานของ พรรคภูมิใจไทย “พูดแล้วทำ” ... เป็นประกัน ...
 
ไม่ต้องแปลกใจว่า ทำไมกฎหมายกัญชาถึงไม่ผ่านสภา ไม่ต้องแปลกใจว่า ทำไมจึงถูกนำมาบิดเบือนโจมตี จากพรรคที่ ดี..แต่..พูด.. เห็นชะตาในเร็ววันนี้จะสาละวัน เตี้ย ต่ำ(สิบ) ลงไปจมธรณีเป็นแน่แท้ เพราะพรรคที่มาแรงแซงทุกทางโค้ง มี หลักฐานการทำงานเป็นที่ประจักษ์ นั่นคือ ราก ลำต้น ใบ ดอก กัญชา ใช้ทำเป็นยาเป็นสมุนไพร ใช้ตามบ้านนั่นเอง แบบนี้คะแนนจะไปไหนเสีย