แถึงออกจากยาเสพติด แต่เป็นพืชควบคุม

“ดร.อนันต์ชัย” ชี้ นโยบายกัญชา ถึงออกจากยาเสพติด แต่เป็นพืชควบคุม มีประกาศตีกรอบการใช้ 

21 กันยายน 2565 ภก.ดร.อนันต์ชัย อัศวเมฆิน ที่ปรึกษาคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายกัญชาเสรีทางการแพทย์ ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวจากกรณีที่มีเสียงวิพากษ์ วิจารณ์ เรื่อง การดำเนินนโยบายกัญชาของไทย ไร้กฎหมายรองรับ(สุญญากาศ) ว่า 

ในความเป็นจริง ภาครัฐ ได้ใช้กฎหมายที่มีอยู่ เพื่อกำกับดูแลอยู่แล้ว นับตั้งแต่ที่กัญชาหลุดจากความเป็นยาเสพติด กัญชา ก็กลายเป็นสมุนไพรควบคุม ตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุข และยื่นร่าง พ.ร.บ. กัญชา กัญชง เข้าสภา ไปพร้อมๆ กัน ซึ่งมีรายละเอียดชัดเจนว่าห้ามใช้ในผู้มีอายุต่ำกว่า 20 ปี หญิงมีครรภ์ หญิงให้นมบุตร แล้วมีประกาศของกระทรวงฯ ออกมาพอสมควร 

กัญชา ยังมีกรอบการใช้ ถึงจะไม่เป็นยาเสพติด แต่ก็ไม่เคยเสรี 100% เพราะถ้าเสรี 100% เราจะไม่เห็นภาพที่ตำรวจลงพื้นที่ไปจัดการกับแผงจำหน่ายกัญชา หลังวันที่ 9 หน่วยงานต่างๆ ออกกฎหมาย ควบคุมการใช้ เป็นข่าวรายวัน แล้วมันจะสุญญากาศได้อย่างไร 

กลับมาที่การประกาศให้กัญชา เป็นพืชควบคุม นี่คือการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เพราะยังไม่ตรงประเด็น แต่พระราชบัญญัติ ที่รอให้สภาผ่าน นี่คือกฎหมายที่เป็นไปเพื่อควบคุมการใช้กัญชาอย่างแท้จริง เข้าเป้า เพราะดูแลตั้งแต่การปลูก ไปจนถึงการใช้ ระบุชัดเรื่องการขออนุญาต กฎหมายนี้ ยิ่งออกมาเร็ว ยิ่งดี เพราะเป็นการเสริมประสิทธิภาพในการใช้ประโยชน์จากกัญชา แต่เนื้อหา พ.ร.บ.ก็ไม่ได้บอกว่าให้เอาไปใช้เพื่อเสพสนุกเรื่อยเปื่อย 

“เราอย่ามองวัฒนธรรมการใช้กัญชาของไทย ว่าต้องเหมือนกับชาติอื่น บางชาติกัญชา คือ ตัวช่วยในการสร้างความรื่นเริง แต่กับประเทศไทย กัญชา มีคุณค่าในฐานะเป็นยา เป็นสมุนไพร ที่สามารถหาได้ในครัวเรือน ใช้แล้วกินอิ่ม นอนหลับ คุณภาพชีวิตดีขึ้น เพียงแต่ที่ผ่านมา มันถูกทำให้หายไป ด้วยกรอบความเชื่อแบบตะวันตก ถึงตอนนี้ เราก็แค่ ย้อนกลับไปทำให้ถูกต้อง”