พ.ร.บ.พืชกัญชากัญชง ถูกใส่ร้าย ทั้งที่“ช่วยชาวบ้าน” แต่กลับกล่าวหา “เอื้อนายทุน”

วันนี้มีเสียงสอบถามกันมาอื้ออึง ว่าวันที่ 9 มิถุนายน 2565 ชาวประชาจะสามารถปลูกพืชมหัศจรรย์กัญชากัญชง ได้เลยหรือไม่ อย่างไร แม้จะมีความพยายามอธิบายจนปากเปียกปากแฉะ กันมากมาย ทั้งในงาน “ประชุมวิชาการกัญชาทางการแพทย์ ปลดล็อกกัญชา กัญชง สร้างสุขภาพ สร้างรายได้” ไปตามเขตสุขภาพต่างๆ ซึ่งสร้างกระแสตอบรับที่ดีมาก ๆ แต่เพราะขบวนการออกข่าวเท็จ ออกบทความปลอม มาป่วนสื่อสังคมออนไลน์ กล่าวไปบิดเบือนไปต่าง ๆ  นา ๆ

ขบวนการชวนเชื่อให้หลงผิดในข้อมูล ผสมผสานกับคนไทย อ่านหนังสือน้อย (ตามสถิติ) ปีละ 7 บรรทัด เลยไม่ค่อยรู้เรื่อง ก็พลอยแชร์ กันไปเรื่อย

แท้จริงแล้ว กัญชา กัญชง ไม่ได้บรรจุใน ประมวลกฎหมายยาเสพติดให้โทษ ไปตั้งแต่วันที่ 9 ธันวาคม 2564 แล้ว ไม่มีคำว่าพืชกัญชา กัญชง ทั้งลำต้น ราก ใบ ดอก กิ่ง ก้าน

แต่ทางผู้รู้กฎหมายก็ตีความว่า จะต้องมีการออก ประกาศยาเสพติด ประเภทที่ 5 ให้มันชัดเจน มาสำทับอีกที โดย กระทรวงสาธารณสุข เสนอให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ลงนามประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งเขาขอเวลา 120 วัน หรือครบกำหนดในวันที่ 9 มิถุนายน 2565 ในการออก พระราชบัญญัติพืชกัญชากัญชง มาบังคับใช้ ก่อนที่ประกาศกระทรวงบัญชียาเสพติดประเภทที่ 5 จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 9 มิถุนายน 2565

งง ใน งง สำหรับกระบวนการทางกฎหมาย

สรุปว่า วันที่ 9 มิถุนายน 2565 ประกาศกระทรวงจะได้มีผลบังคับใช้ ส่วนกฎหมายพืชกัญชากัญชง จะเสร็จหรือไม่ เสร็จ ก็ไม่เกี่ยวแล้ว ค่อยออกตามหลังมาก็ได้

 

รัฐสภาจะเปิดวันที่ 22 พฤษภาคม 2565 คิวในการพิจารณา ในวาระ ก็ยาวเหยียด แต่เห็นมีความเคลื่อนไหวของพลพรรคภูมิใจไทย ว่า จะขอเลื่อนระเบียบวาระขึ้นมาพิจารณา ในสัปดาห์สุดท้ายของเดือน พฤษภาคม 2565 เพื่อที่จะใช้เวลาพิจารณา ในวาระ 2-3 ประมาณ 2 เดือน จากนั้นด้วยความที่เป็นพระราชบัญญัติเกี่ยวกับการเงิน วุฒิสภาจะมีเวลาพิจารณาแค่ 1 เดือน รวมเบ็ดเสร็จก้อ 3 เดือน พอดีที่กระบวนการทางนิติบัญญัติ จะเสร็จสิ้น และนำขึ้นทูลเกล้า เพื่อประกาศใช้ น่าจะไม่เกิน 6 เดือน

ปัญหามีอยู่ว่าระหว่างนี้ก็เป็นช่วงสูญญากาศ ทีนี้ขบวนการจะมาจากฝ่ายการเมือง หรือไม่ใช่ก็ไม่ทราบเหล่งที่มาได้ พยายามหยิบยกความสับสนนี้ มานำเสนอ กล่าวหา ในเนื้อความของกฎหมาย โดยหลักใหญ่ กล่าวหาว่า เอื้อประโยชน์นายทุนบ้าง อะไรบ้าง ซึ่งล้วนแต่ มโน คิดเอง เออเอง กันทั้งสิ้น

ที่จริงกฎหมายฉบับนี้ มีคุณค่ากับประชาชน เพราะเป็นการปลดล็อคให้กับประชาชนที่ต้องการปลูกกัญชา ในระดับครัวเรือน ไม่กำหนดว่าบ้านละกี่ต้นด้วยซ้ำ

ปลูกแล้ว จะเอาไปทำอะไรในครัวเรือน ก็สามารถทำได้ จะค้าขายเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ไม่มีใครห้ามปราม เพราะเขาห้ามแค่ สารสกัดจากกัญชา กัญชง ที่มี THC เกิน 0.2 % เพียงอย่างเดียว

ดังนั้นจะนำ ลำต้น ราก กิ่งก้าน ใบ กัญชา ไปปรุงอาหาร  เสริฟในครัวเรือน และเป็นอาหารขายให้คนรับประทาน สามารถทำได้ ไม่มีกฎหมายข้อใด หรือระเบียบใด ออกมาในช่วงสูญญากาศ นี้

ส่วนพวกเสพสูบ ที่จะมาทำต่อสาธารณะ ตีความกันว่า ไม่น่าจะทำได้ ด้วยมีกฎหมายเกี่ยวกับการก่อความเดือดร้อนรำคาญในที่สาธารณะควบคุมอยู่ มีกฎหมายเกี่ยวกับยาสูบ กำกับดูแลอยู่ ซึ่งเรื่องนี้สังคมส่วนใหญ่รังเกียจและรับไม่ได้ ทำลายภาพพจน์ในทางมีประโยชน์ของพืชมหัศจรรย์กัญชา กัญชง

ใครทำ ก็เท่ากับปิดกั้นโอกาสของประชาชนในการเข้าถึงกัญชาทางการแพทย์ และ การใช้ประโยชน์กัญชาในทางเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว ไปอย่างน่าเสียดาย เสมือน ปลาเน่าตัวเดียว เหม็นไปทั้งข้อง

ดังเช่น ... นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ... ได้ออกมาโพสต์ผ่านเพจ ว่า นโยบายกัญชาของพรรคภูมิใจไทย หลังวันที่ 9 มิถุนาฯ 65 ประชาชน ปลูกง่าย เพื่อใช้ในครัวเรือน ผ่านการจดแจ้ง  การแจกกัญชา 1 ล้านต้น จะเป็นคำตอบ  ไม่มีใครผูกขาดได้ ผู้ที่ต้องการทำธุรกิจ สามารถทำได้ ไม่มีผูกขาด  แต่มีระเบียบกฎเกณฑ์ ในการเข้าสู่ธุรกิจ 

การกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมในการประกอบธุรกิจ เป็นเรื่องปกติ  ไม่ใช่การประมูลสัมปทานแบบผูกขาด เป็นโอกาสให้ประชาชน กับ รัฐ มีรายได้ จากกัญชา กัญชง เม็ดเงินหลายหมื่นล้านบาท เป็นรายได้ใหม่จากกัญชา กัญชง

เปิดเวทีให้ประชาชน ได้มาแสดงผลิตภัณฑ์ ภูมิปัญญา และ จำหน่ายสินค้าจากกัญชา กัญชง ได้ ทั่วประเทศ  ไม่มีใครผูกขาดได้  ทุกเวที มีแต่ประชาชนรายย่อย มานำเสนอสินค้า กฎหมาย ให้อำนาจเจ้าหน้าที่รัฐ ดำเนินการกับผู้ละเมิดกฎหมาย เป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่การกลั่นแกล้ง รังแก  กัญชา ไม่มีสัมปทาน  เป็นการแข่งขันเสรี  เป็นตลาดเสรี เพียงต้องทำตามกฎหมาย

ต่างจาก เหล้า ที่รายใหญ่ 2-3 รายได้สิทธิจากการประมูล  จากนั้น เจ้าหน้าที่ ไล่จับประชาชน ไม่ให้ได้ผุดได้เกิด ไก่ย่างกัญชา ตัวละ 300 บาท ใครๆ ก็ทำขายได้ เมื่อปฏิบัติตามกฎหมาย  ใช้กัญชาจากการปลูกที่ได้รับอนุญาต หรือ จดแจ้งกับเจ้าหน้าที่รัฐ 

 

ประชาชนรายย่อยขาย(ไก่ย่างกัญชา )แบบนี้ ไม่ต้อง มี อย.  แต่ถ้ารายใหญ่จะทำใส่ซอง ใส่กล่อง ติดชื่อสินค้า มีโฆษณา ต้องขอ อย.  นี่คืออนาคตกัญชาไทย  หลังวันที่ 9 มิถุนาฯ 65

ตามมาด้วย .... นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ .... ออกมายืนยันว่า กรมวิชาการเกษตร กำลังเพาะกัญชาจากเนื้อเยื่อ เพื่อแจกจ่ายให้กับประชาชน 1 ล้านต้น เหมือนอย่างที่เคยแจก ต้นกล้าฟ้าทลายโจร ให้กับประชาชนในช่วงโควิด-19

ส่วนการนำกัญชามาใช้ประโยชน์ในทางเศรษฐกิจระดับใหญ่ ธุรกิจ สิบล้าน ร้อยล้าน พันล้าน หมื่นล้าน ก็เป็นอีกกลุ่ม ที่กฎหมายมีการควบคุมเอาไว้ ทั้งในเรื่องคุณภาพ ปริมาณ ต่าง ๆ รวมถึงการต้องแบ่งส่วนแบ่งรายได้เข้ารัฐเพื่อมาพัฒนาประเทศ ซึ่งเป็นคนละส่วนกับระดับครัวเรือน

แต่คนไม่รู้กฎหมาย ถูกโน้มน้าวไปให้เห็นว่า มันเป็นเรื่องเดียวกัน ทำไมประชาชนเอามาใช้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจของเขาไม่ได้ ประชาชนไม่มีเงินไปสร้างแปลงปลูกระดับใช้ทางการแพทย์ ต้องเป็นโรงเรือนปิด มีกล้องCCTV มีรั้วรอบขอบชิด ไม่มีเงินจ่ายค่าธรรมเนียม ฯลฯ คือพูดง่ายๆ จะตีตั๋วเด็ก จะไม่ลงทุน จะไม่จ่ายค่าตอบแทนให้รัฐ

มันจะเป็นไปได้อย่างไร  ทำระดับอุตสาหกรรรม ต้องมีการลงทุน การปลูกต้องได้ผลผลิตออกมาระดับทางการแพทย์ เพราะเขาเอาไปทำยา เอาไปทำเครื่องสำอางค์ เอาไปแยกสารสำคัญ CBD THC และ โอเมก้า 3,6,11 ย่อมต้องการผลผลิตที่มีคุณภาพ ดังนั้นการจะบอกว่าปลูกระดับครัวเรือน เพื่อทำระดับอุตสาหกรรม ... จะเป็นไปได้อย่างไร ต้องคัดเกรดแยกสายพันธ์ุ พอสมควรไม่ใช่หรือ ? 

วันนี้ คนที่ต้องการกฎหมาย ออกมาแบบใด สามารถเสนอกฎหมายโดยการเข้าชื่อได้ หรือส่งให้พรรคการเมืองใด ที่รู้จักหรือ ไปยุให้ออกมาปล่อยข่าวเท็จในโลกสังคมออนไลน์ เสนอกฎหมายเข้ามาประกบ ไม่มีใครว่า ... เพื่อให้ตรงใจ โดนใจ ของผู้เสนอ ไม่ใช่ดึแต่พูด แต่ไม่ทำ

เรื่องกฎหมายกัญชากัญชง กำลังเดินทางเข้าสู่สภา เพื่อความก้าวหน้าของ กิจการกัญชา กัญชง สร้างสุขภาพ สร้างรายได้ ก็พยายามช่วยๆ กัน อย่าไปเชื่อข่าวลวง ข่าวที่ไม่มีตัวตน คนพูดเลย จะยิ่งถ่วงความเจริญของวงการกัญชา กัญชง มากขึ้นไปอีก