ฝ่ายค้าน ตีปี๊ป อภิปรายไม่ไว้วางใจ ภูมิใจไทย อ่านไต๋ แค่...เกมการเมือง

ยุทธศาสตร์ของพรรคฝ่ายค้าน ในการตีปี๊ป ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ดูเหมือนจะทำกันมาเป็นประเพณี ในการเปิดสภา ซึ่งถือว่าอาจจะเป็นสมัยสามัญครั้งสุดท้าย ก่อนที่รัฐนาวาลุงตู่ จะมีอายุครบ ใกล้จะครบ 4 ปี  ค่อนข้างส่งสัญญาณที่สับสนพอสมควรจากหน้าข่าวต่างๆ ที่นำเสนอขึ้นมาแบบสุดมันส์ ทั้ง สีสัน ลีลาการพาดหัวข่าว

ตีปี๊ปเริ่มแรกจากที่ว่าจะร่วมกับพรรคเศรษฐกิจใหม่ และกลุ่ม 16 เพื่อล้มกระดาน “ลุงตู่”พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ลงจากเก้าอี้นายกรัฐมนตรี แล้วจะสนับสนุนให้ พลเอกประวัตร วงศ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เข้ามาแทนที่ในตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดของประเทศไทย แทน

ตามมาด้วยการปล่อยข่าว สนับสนุนชื่อของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี บ้างหละ

พร้อมปรากฎเงาร่างของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งมีรายชื่อในบัญชีผู้จะถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี จากพรรคประชาธิปัตย์

เมื่อแผนต่างๆ จะถูก “จับโป๊ะ” ว่าเป็นเกมการเมือง ที่พยายามที่จะให้เกิดความแตกแยกกันของพรรคร่วมรัฐบาล โดยและชื่อที่เสนอเข้ามานั้น ไม่ได้ทำให้เกิดอาการไขว้เขว ของพรรคการเมืองร่วมรัฐบาลแต่ละค่าย แม้แต่น้อย กลับกัน ยังทำให้พรรคร่วมรัฐบาลส่งเสียงผนึกกำลังกันอย่างเป็น เอกภาพ ด้วยซ้ำ

แต่ฝ่ายค้านเอง กลับพ่ายแพ้เกมยกแรกนี้ โดยถูกแฉกลับว่ามี ขบวนการแจกขนม นมเนย 5-30 ล้านบาทกันเลยทีเดียว เพื่อดึงเสียงจากส.ส.พรรคแกนนำ เพื่อโหวตคว่ำ “ลุงตู่” ให้ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หรือให้ยุบสภา ซึ่งหากเป็นจริง เท่ากับเป็นการเดินเกมการเมืองย้อนยุค ใช้อำนาจเงิน มาซื้อเสียง ส.ส.ในสภา ทั้งที่รัฐธรรมนูญ กำหนดชัดเจนการลงมติให้เป็นเอกสิทธิ์ของ ส.ส.แต่ละคน ไม่สามารถใช้อำนาจใด ๆ มาควบคุมการลงมติในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร หรือรัฐสภา

เมื่อแผนขั้นแรก โดนตีตก ซ้ำร้ายยังโดนทำลายเครดิตไปพอสมควร

ล่าสุด นายสุทิน คลังแสง ขุนพลของพรรคเพื่อไทย ออกมาเปลี่ยนเกม หวังกระชากเรทติ้ง กลับมาอีกครั้งหนึ่ง คราวนี้ พูดถึงข้อมูลที่ถูกส่งมา โดยบอกว่า เกี่ยวกับพรรคภูมิใจไทย เป็นอันดับหนึ่ง พรรคพลังประชารัฐ เป็นอันดับสอง และพรรคประชาธิปัตย์ เป็นลำดับสาม โดยไม่ยอมเปิดเผยรายละเอียด ใด ๆ แม้แต่น้อย

ข้อเท็จจริงจะมีหรือไม่มี ก็ไม่ทราบได้ แต่การที่พรรคฝ่ายค้าน พูดเปิดหัวมาแบบนี้ สาธารณชน ย่อมต้องสงสัยเป็นธรรมดา ว่า ข้อเท็จจริงมีหรือไม่อย่างไร  หรือ เป็นเกมการเมืองอะไร หวังสกัดคะแนน ตีกิน ช่วงที่ ภูมิใจไทย กำลัง พีคสุดขีด กับผลงาน มหัศจรรย์กัญชา กำลังเข้าวินครองใจคนสายเขียว ที่มีแทบจะทั่วประเทศ

ดังเช่นที่ ศุภชัย ใจสมุทร ขุนพลของพรรคภูมิใจไทย ได้ออกมาดักคอเอาไว้ว่า  แต่รู้สึกสมเพทเวทนากับการที่นายสุทิน ยังเล่นการเมืองไม่สร้างสรรค์เช่นนี้ ด้วยการอ้างประชาชน อ้างข้าราชการ ส่งข้อมูลมา แล้วมาบอกว่า พรรคภูมิใจไทยมีการโกง  อันที่จริง ในรัฐบาลนี้  เราผ่านการอภิปรายไม่ไว้วางใจมาหลายครั้งแล้ว และก็พิสูจน์จนถึงตอนนี้ว่า ไม่มีใครในพรรคกระทำผิดกฎหมายอย่างที่ท่านกล่าวหาในสภาเลย รัฐมนตรี ยังอยู่ครบ ทุกท่านยังทำงานเพื่อชาติบ้านเมือง  ตรงนั้น ก็สะท้อนความโปร่งใสในการทำงานของพรรคได้เป็นอย่างดี

ถ้าพูดลอยๆ เพื่อโจมตีฝ่ายตรงข้าม แบบนี้ ผมก็ทำได้ พรุ่งนี้ ตนอาจจะพูดว่า มีหลักฐานว่าพรรคเพื่อไทยโกงนู่นโกงนี่ เป็นหลักฐานมาจากประชาชนข้าราชการท้องถิ่นกระซิบบอก พูดได้ ง่ายมาก จริงหรือไม่ ไม่มีใครทราบ แต่พรรคท่านเสียชื่อไปแล้ว แล้วถามว่าการเมืองแบบนี้ มันสร้างสรรค์หรือไม่ กับการชี้หน้าด่าคนอื่นลอยๆ  ที่ตนพูด เพราะตนเชื่อมั่นในพรรคภูมิใจไทย ว่าเราตั้งใจทำงาน เพื่อประชาชน เราคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวม  แต่ถ้าท่านว่ามีการโกง ก็เอาหลักฐานมาเปิดเลย ท่านมีของ จะเก็บไว้ทำไม ให้เราได้ชี้แจง ดีกว่าหลอกด่าแบบนี้ และตนอยากให้การเมืองไทย เป็นการเมืองน้ำดี ไม่อยากเห็นการเมืองน้ำเน่า ไม่อยากเห็นการเมืองสาดโคลน

 

เป็นเรื่องที่น่าคิดทีเดียว ว่า ฝ่ายค้านยุคนี้ ที่มีพรรคเพื่อไทย เป็นแกนนำนั้นจะมีประสิทธิภาพมากน้อยขนาดไหน เพราะประสบการณ์ที่ผ่านมา ดูเหมือนว่า จะมวยล้มต้มคนดูซะมากกว่า ไม่สามารถงัดหลักฐานเด็ด ๆ มากล่าวอะไรฝ่ายรัฐบาลได้เลย ยิ่งอภิปราย คะแนนฝ่ายรัฐบาลโดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทย มีแต่จะเยอะกว่าเดิม ส.ส.ดอดเข้ามาในมุ้งพรรคที่มีโลโก้รูปหัวใจ เป็นว่าเล่น ... มันเกิดอะไรขึ้น ...