สยามโพสต์ siampost


ธ สถิตในดวงใจไทยนิรันดร์ น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ รัชกาลที่ ๙

Blog Single

วันพุธที่ 13 ตุลาคม 2564 เป็นวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร  เป็นโอกาสที่ประชาชนชาวไทยจะได้ น้อมรำลึก ถวายสดุดี และเทิดพระเกียรติ ในพระมหากรุณาธิคุณที่ได้ทรงประกอบพระราชกรณียมากมาย  เพื่อประโยชน์สุขแก่ประชาชนชาวไทย ที่ผู้แทนจากทั่วโลกยังได้ยอมรับ และร่วมแสดงออก ในการประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ นัดพิเศษ เพื่อถวายสดุดีและเทิดพระเกียรติ ให้เป็น “พระมหากษัตริย์นักพัฒนาอย่างยั่งยืนที่ยิ่งใหญ่ของโลก” เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2559

การประชุมครั้งนั้นมี ประธานสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ นายบัน คี มูน เลขาธิการยูเอ็น ผู้แทนจากชิลี ทวีปอเมริกาใต้ ผู้แทนจากคูเวต เอเชียแปซิฟิก ผู้แทนจากสหราชอาณาจักร ยุโรปตะวันตก ผู้แทนจากทวีปแอฟริกา ผู้แทนจากสหรัฐอเมริกา และนายวีรชัย พลาศรัย เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำยูเอ็น ต่างสดุดีในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยยอมรับว่า ทรงเป็นกษัตริย์นักพัฒนา ทรงสร้างสรรค์ สร้างนวัตกรรมต่างๆ ให้ชาวไทยไทยและทั่วโลก ทุกคนจะจดจำพระองค์ว่าเป็นพระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ แนวพระราชดำริของพระองค์ ทำให้โลกเกิดการเปลี่ยนแปลง พัฒนาอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะเรื่องพลังงานทดแทน และสภาพอากาศ รวมทั้งแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ที่มีการนำไปปรับใช้ในหลายประเทศ และตรงกับเป้าหมายของสหประชาชาติตามแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน

พระองค์ทรงเป็นที่รักของปวงชนชาวไทย ทรงทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเพื่อประชาชนอันเป็นที่รักของพระองค์ มีโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำรินับพันๆ โครงการที่เกิดขึ้น นำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงที่ดี ทั้งด้านสังคมและเศรษฐกิจ และพระองค์ทรง ให้การช่วยเหลือโดยไม่หวังผลตอบแทน

ในหลวงรัชกาลที่ 9 พระองค์ทรงครองราชย์ยาวนานข้ามศตวรรษที่ 20 มาถึงศตวรรษที่ 21 และทรงเป็นพระเจ้าแผ่นดินที่ครองราชย์ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศไทยและของโลก

เสียงแซ่ซ้องสรรเสริญและเทิดพระเกียรติในหลวงรัชกาลที่ 9 กระหึ่มดังก้องโลกในวันนี้ มาจากผลงานที่ได้ทรงทำมายาวนาน 70 ปี ตลอดรัชสมัยของพระองค์ เป็น 70 ปีแห่งการวางฐานรากการพัฒนา เพื่อให้ประเทศไทยก้าวสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

ในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้ทรงทำเพื่อให้ประชาชนชาวไทย หลุดพ้นจากความยากจน ยกระดับคุณภาพชีวิตให้เข้าถึงระบบสาธารณสุข การศึกษา ตลอดจนการรักษาดูแลทรัพยากรธรรมชาติ มาอย่างยาวนาน จนเรียกได้ว่านี่คือการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่ผลักดันและพัฒนาจนคุณภาพชีวิตของประชาชนคนไทยดีขึ้นโดยมีตัวชี้วัดอย่างชัดเจน

มีโครงการทั้งหมด 4,368 โครงการ แบ่งเป็น

โครงการพัฒนาทรัพยากรน้ำ 1,770 โครงการ

โครงการด้านสิ่งแวดล้อมรวมถึงการอนุรักษ์ป่า 931 โครงการ

โครงการเพื่อการเกษตร 559 โครงการ

โครงการการพัฒนาโอกาสในการประกอบอาชีพ 325 โครงการ

โครงการสวัสดิการสังคม 179 โครงการ

โครงการด้านคมนาคมสื่อสาร 164 โครงการ

โครงการด้านสาธารณสุข 50 โครงการ

และโครงการด้านอื่นๆ อีก 390 โครงการ

มีการพูดถึง โครงการผลิตน้ำเกลือที่มีคุณภาพดี ต้นทุนเพียงเสี้ยวเดียวของการนำเข้าจากต่างประเทศ โดยพระองค์ทรงพระราชทานเงินส่วนพระองค์จำนวนหนึ่งให้ไปค้นคว้าทำน้ำเกลือขึ้นมาเองในประเทศเป็นครั้งแรก และน้ำเกลือมีคุณสมบัติอย่างดีที่สามารถใช้ได้ในราคาถูก เป็น รากฐานมาตรฐานอุตสาหกรรมน้ำเกลือทางด้านการแพทย์มาจนทุกวันนี้

ทรงริเริ่ม “หมอหมู่บ้าน” มาตั้งแต่ปี 2525 

มีคลินิกลอยน้ำ ไว้บริการแก่ประชาชนริมน้ำที่เข้าถึงยาก เป็นต้น

จากสิ่งที่พระองค์ทำเพื่อโดยเป้าหมายของการสร้างสุขภาพที่ดี และการเข้าถึงบริการสาธารณสุข ได้ ทรงดำเนินการมาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี 2493 จนถึงปี 2552

เกี่ยวกับด้านการศึกษา พระองค์ทรงช่วยเหลือ การสร้างโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการศึกษา การสร้างโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงการศึกษา

พระราชกรณียกิจด้านการพัฒนาโดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของรัชกาลที่ 9  ที่ได้รับการยกย่องจากหลายฝ่ายทั่วโลก

การสดุดีของสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ  ยกย่องพระองค์เป็นกษัตริย์นักพัฒนาอย่างยั่งยืน เป็นพระมหากษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ของโลก ถือเป็นประวัติศาสตร์หน้าสำคัญของโลก ที่ให้เกียรติกับรัชกาลที่ 9 อย่างสูงสุด  ในฐานะที่เป็นประชาชนคนไทย เป็นพสกนิกรที่เกิดมาในช่วงรัชสมัยของพระองค์  รวมไปถึงลูกหลานที่จะลืมตาขึ้นมาดูโลก จงได้ศึกษาประวัติศาสตร์อันน่าภาคภูมิใจ น่าประทับใจ ที่เราเกิดมาบนผืนแผ่นดินที่พิเศษสุด มี สถาบันพระมหากษัตริย์ ที่ทรงคุณอันประเสริฐ ยากยิ่งนักที่จะหาดินแดนใดเสมอเหมือน