สยามโพสต์ siampost


สัญญาณทางการเมือง นับถอยหลัง 6-9 เดือน ยุบสภา-เลือกตั้ง

Blog Single

การออกมาส่งสัญญาณดังๆ หน้าตึกบัญชาการ ทำเนียบรัฐบาล จากบุรุษที่ได้ชื่อว่าเป็นปรมาจารย์มือกฎหมาย “วิษณุ เครืองาม” รองนายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับกระบวนการยุบสภาเลือกตั้งใหม่ ที่มีข้อจำกัดทางข้อกฎหมายในประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ  อันอาจจะกระทบต่อการเตรียมการเลือกตั้ง การอธิบายให้ประชาชนเข้าใจในกติกาที่เปลี่ยนไปจากการเข้าคูหา กาบัตรใบเดียว ไปสู่การเข้าคูหากาบัตร 2 ใบ แต่ที่สำคัญคือสิ่งที่เป็นสัญญาณแห่งความไม่แน่ใจในการแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติโรคติดต่อ 2558 ซึ่งอาจจะออกเป็นพระราชกำหนด ซึ่งจ่ะส่งผลให้เป็น ระเบิดเวลา ทางการเมือง ที่รอคอยอยู่ และเป็นบททดสอบอันสำคัญในเสถียรภาพของรัฐบาล หรือไม่

เงื่อนปมสำคัญเกี่ยวกับกระบวนการที่จะนำประเทศเข้าสู่การเลือกตั้ง นั่นคือ เมื่อประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ก็ต้องเป็นบัตรเลือกตั้งแบบ 2 ใบ หรือใบเดียว  แต่ปัญหาคือถ้าเกิดการยุบสภาขึ้นในเวลานี้ ต้องบอกประชาชนทั้งประเทศว่า เลือกตั้งส.ส.เขต 350 คน แบบบัญชีรายชื่อ 150 คน ซึ่งคนฝังใจว่าอย่างนั้น แต่พอถึงเวลาเลือกตั้งเข้าจริง เราต้องเลือกส.ส.เขต 400 คน บัญชีรายชื่อ 100 คน  คงยุ่งกันไปหมดทั้งประเทศ

แต่ที่สำคัญไปกว่านั้นคือ ร่างพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติโรคติดต่อ 2558 ขณะนี้รัฐบาลบอกว่า ยังตัดสินใจอยู่ว่าจะเป็น พระราชกำหนด (พ.ร.ก.)หรือ พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)

ถ้าเป็นพ.ร.บ.ก็จะต้องเสนอต่อสภา แต่ด้วยเหตุที่เป็น พ.ร.บ.ในเชิงปฏิรูป จะเสนอต่อที่ประชุมร่วมกันสองสภา แต่ถ้าคิดว่าจำเป็นเร่งด่วน จะต้องออกเป็นพ.ร.ก.ก็ออกเป็นพ.ร.ก.

เรื่องนี้เป็นเรื่องจำเป็น เร่งด่วน หรือไม่ มือกฎหมายรัฐบาล บอกว่า “ความจริงก็ด่วน แต่ถ้าออกเป็นพ.ร.ก.ในเวลานี้  ผมบอกไปแล้วว่า รัฐธรรมนูญบัญญัติเอาไว้ในมาตรา 172 ระบุว่า ถ้าออกพ.ร.ก.ระหว่างปิดสมัยประชุม ก็ต้องเปิดสมัยประชุมวิสามัญ เราคิดว่าไม่อยากจะทำอย่างนั้น ก็อาจจะรอไว้ใกล้ๆ ตอนสภาจะเปิดแล้วค่อยดู หรือไม่ก็เอาเข้าสภาเป็นการประชุมร่วมกันเลย ถ้าสภาไม่ล่มซะก่อน” 

เรื่องนี้ มือกฎหมายรัฐบาล อ้างว่า หยั่งเสียงถามกระทรวงสาธารณสุขเจ้าของเรื่องตลอดเวลา บอกว่าไม่เป็นอะไร และใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินไปพลางได้ เพราะไม่รู้จะทำอย่างไร ไม่มีทางเลือก...

ประโยคเด็ด วรรคทอง ที่คนระดับรองนายกรัฐมนตรี  “วิษณุ เครืองาม” เป็นการส่งสัญญาณอะไรแปล่ง ๆ ในทางการเมือง

“หรือไม่ก็เอาเข้าสภาเป็นการประชุมร่วมกันเลย ถ้าสภาไม่ล่มซะก่อน”  !!! ??? !!!

ขณะที่ความสับสนวุ่นวายกับการเมือง ในพรรคแกนนำร่วมรัฐบาล ที่สร้างภาพ หาคะแนน วัดพลังเลยเถิดไปถึงระดับการจมน้ำ แทบอก หรือ ลอยคอไปช่วยเหลือประชาชน กับการนั่งรถบรรทุก นั่งเรือท้องแบน เดินชี้แผนที่บนบก ก็มีให้เห็นกันทุกวี่วัน ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าเป็นการลงพื้นที่ครั้งสำคัญ เพื่อประกาศเขตอิทธิพลทางการเมือง ของผู้นำ ในพรรคแกนนำรัฐบาล

ส่วนปัญหานอกรัฐบาล คือ กลุ่มผู้ชุมนุม ที่มีความแปลกประหลาดคือการใช้ความรุนแรง เพื่อทำให้เห็นว่ารัฐบาลไม่สามารถจะบังคับใช้กฎหมายได้ ไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ ทั้ง กลุ่มทะลุฟ้า กลุ่มทะลุแกส นัดชุมนุม สร้างความเดือดร้อนกลางกรุง ช่วงเย็นบริเวณลงด่วนดินแดงรถติดยาวเหยียดเป็นหลายกิโล มีการบาดเจ็บกันรายวัน

สิ่งเหล่านี้ท้าทาย เป็นวิกฤติทางอำนาจของผู้นำรัฐบาล พล.อ.ประยุทธิ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ว่าจะตัดสินใจอย่างไร เมื่อต้องเผชิญปัญหา ทั้ง ศึกนอก และ ศึกใน พร้อม ๆ กัน ขณะที่อารมณ์และร่างกายอาจจะอยู่ใน “โหมดพร้อมปะทะ” ไม่ว่าหน้าไหนที่เข้ามาแหยม

ขณะที่ เมื่อโปรดเกล้าฯ รัฐธรรมนูญ แก้ไข ลงมาแล้ว รัฐสภาจะต้องพิจารณากฎหมายลูกต่างๆ ให้สอดรับกัน ซึ่งคาดว่าจะใช้ระยะเวลา และการเตรียมการต่างๆ ในการเตรียมการเลือกตั้ง ของฝ่ายราชการ และ บรรดาพรรคการเมือง  ทั้งหมดนี้ใช้เวลา ไม่น่าจะน้อยกว่า 6-9 เดือน 

สัญญาณการยุบสภา และ เลือกตั้งใหม่ น่าจะอยู่ ไม่ใกล้ ไม่ไกล ในช่วง 6-9 เดือนข้างหน้า เพราะนักการเมืองแทบทุกพรรค มีการลงพื้นที่ หาเสียง อย่างเข้มข้น ท่ามกลางสถานการณ์อุทกภัย และใช้การหาเสียงแบบแปลกๆ พิศดาร กันแล้ว  พรรคไหนพูดแล้วทำ ทำงานเข้าเป้า ในช่วงโค้งสุดท้าย จะเป็นที่ได้เปรียบมากที่สุดในการเข้าสู่สนามเลือกตั้ง 

*********